Vimokkha Dhamma
ผู้เข้าชมหน้านี้: 1 คน
|
แลกลิงค์
|
|
|
|
|
สมเด็จสังฆราช (สุกไก่เถื่อน)
|
เรื่อง รูปฌาน และ อรูปฌาน
|
|
เรื่อง รูปฌาน และ อรูปฌาน เป็นพระนิพนธ์ ของ สมเด็จพระสังฆราชสุก ไก่เถื่อน
วัดราชสิทธาราม (พลับ) พระองค์ท่านทรงนิพนธ์ไว้ เมื่อประมาณ ปีพุทธศักราช
๒๓๓๗ -๒๓๓๘ ในสมัยรัชกาลที่ ๑ หลายผูกด้วยกัน ซึ่งเวลานั้น
เป็นเวลาที่พระเถรานุเถระ เข้ามาศึกษาเล่าเรียนพระกัมมัฏฐานที่
วัดราชสิทธาราม(พลับ)กันมาก ท่านนิพนธ์แล้ว ได้จารจารึกลงไว้ในใบลาน กล่าวว่า
ครั้งแรกพระองค์ท่าน ใช้เทศน์สอนพระคัมภีร์นี้แก่ ท่านเจ้าคุณหอไตร เจ้าอาวาสองค์
ที่ ๒ ของวัดนี้ และต่อมาเป็นเจ้าคณะใหญ่ฝ่ายอรัญวาสี
ภายหลังได้รับพระราชทานเลื่อนสมณะศักดิ์เป็นพระราชาคณะผู้ใหญ่ที่ พระพรหมมุนี
ท่านเป็นศิษย์เอกองค์หนึ่ง และ เป็นพระอาจารย์ผู้ช่วยบอกพระกัมมัฏฐาน
ของสมเด็จพระสังฆราช สุก ไก่เถื่อน อยู่ที่ วัดราชสิทธารามนี้
ภายในปี พ.ศ. ๒๓๓๗ ปีนั้น อยู่ระหว่างว่างราชการศึก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้ากรมขุนเสนานุรักษ์ (จุ้ย) ในรัชกาลที่ ๑ ทรงผนวช โดยมี พระญาณสังวรเถร
สุก ไก่เถื่อน เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ครั้งนั้น
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ และ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๒ ครั้งดำรงค์พระราชอิสริยะยศ เป็น
เจ้าฟ้ากรมหลวงอิศรสุนทร ทั้งสองพระองค์ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินมา
ทรงเจริญพระกรรมฐานที่วัดพลับนี้ เพื่อเป็นการทบทวนของเก่าที่ทรงเคยศึกษามา
โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑
ทรงศึกษามาครั้งเมื่อทรงผนวชในสมัยกรุงศรีอยุธยา และ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๒ ทรงศึกษามา ครั้งเมื่อทรงผนวช เมื่อปี
พ.ศ. ๒๓๓๑ และครั้งนั้น สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร สุก ไก่เถื่อน ครั้ง
เป็นพระญาณสังวรเถร ได้ทรงใช้พระคัมภีร์นี้เทศน์โปรด พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ ๑ -
ที่ ๒ เพื่อเป็นการทบทวนของเก่า กล่าวว่า ท่านได้ถวายพระ อรหัง
ให้แก่ทั้งสองพระองค์ด้วย แต่นั้นมาพระคัมภีร์นี้ก็ไม่ได้ใช้เทศน์โปรดผู้ใดอีก
นับแต่บัดนั้นมาถึงบัดนี้เป็นเวลา๒๐๐ กว่าปีแล้ว
เนื่องจากพระคัมภีร์นี้เป็นของหายาก และ เป็นหัวใจของพระกัมมัฏฐาน
เป็นบาทฐานของสมาธิเบื้องต้น ที่จะทำให้สมาธิเจริญไปในขั้นสูงต่อไป
ที่พระองค์ท่าน ทรงนิพนธ์ ของยาก ให้เป็นของอ่านเข้าใจง่าย ที่สมบูรณ์แบบที่สุด
จึงนำมาพิมพ์ลงไว้ในที่นี้ คงสำนวนเก่าไว้ทั้งสิ้น
เพื่อเป็นประโยชน์แด่สาธุชนต่อไป
|
พระครูสังฆรักษ์วีระ ฐานวีโร
ถอดจากคัมภีร์อักษรขอม เป็นอักษรไทย |
|
|
|
|